เสื้อกันแดด UPF คือเสื้อที่เนื้อผ้าผ่านการทดสอบว่ากั้นรังสีอัลตราไวโอเลตได้มากแค่ไหน ตัวเลขยิ่งสูงยิ่งกั้นได้มาก องค์การอนามัยโลกอธิบายว่าผ้าที่มีค่า UPF 50 กั้นรังสีจากดวงอาทิตย์ได้ 98% และปล่อยให้ผ่านเพียง 2% หรือ 1 ใน 50 ส่วนการเลือกให้คุ้มเงินต้องดูสามอย่าง คือตัวเลขบนป้าย ทรงเสื้อที่คลุมผิวได้จริง และสภาพเสื้อตอนที่ใส่

ถ้าอ่านแค่บรรทัดเดียว ให้จำว่า ตัวเลข UPF วัดจากผ้าที่แห้งและไม่ถูกดึงยืด เสื้อตัวเดิมที่เปียกเหงื่อ ถูกยืดจนตึง หรือใส่จนเนื้อผ้าโทรม จะกันแดดได้น้อยกว่าที่ป้ายบอก

ภาพแนะนำการเลือกเสื้อกันแดด UPF โดยดูค่าบนป้าย เนื้อผ้า สี และรูปแบบเสื้อที่คลุมผิวได้ดี

เสื้อกันแดด UPF คืออะไร และตัวเลขบนป้ายแปลว่าอะไร

UPF ย่อมาจาก Ultraviolet Protection Factor องค์การอนามัยโลกนิยามว่าเป็นค่าที่บอกระดับการป้องกันรังสียูวีของเสื้อผ้าชิ้นหนึ่ง ครอบคลุมทั้ง UVB และ UVA ความหมายตรงตัวคือผ้าปล่อยให้รังสีผ่านไปถึงผิวได้เท่าไร ไม่ได้บอกว่าคุณจะตากแดดได้นานกี่ชั่วโมง

สภามะเร็งออสเตรเลีย (Cancer Council Australia) ขยายความว่า ค่า UPF ที่ติดบนเสื้อหมายถึงทั้งดีไซน์ของตัวเสื้อว่าคลุมผิวมากแค่ไหน และเนื้อผ้าว่ากั้นรังสีได้มากแค่ไหน ตัวเลขเดียวจึงพูดถึงสองเรื่องพร้อมกัน ส่วนบทความทบทวนเรื่องเสื้อผ้าป้องกันรังสียูวีในวารสาร Cureus ปี 2022 สรุปตัวเลขแต่ละระดับไว้ตามตารางข้างล่าง

ค่าบนป้าย กั้นรังสียูวีได้ แปลว่าอะไรกับคุณ
UPF 15 93.3% ระดับพื้นฐาน เหมาะกับการอยู่กลางแจ้งสั้น ๆ มากกว่าตากแดดเต็มวัน
UPF 30 96.7% ขยับขึ้นมาอีกขั้น เหมาะกับกิจกรรมกลางแจ้งทั่วไป
UPF 50 และ 50+ 98% ระดับที่สภามะเร็งออสเตรเลียแนะนำ จัดเป็นการป้องกันระดับดีเยี่ยม

ส่วนต่างระหว่าง UPF 30 กับ UPF 50 อยู่ที่ราวหนึ่งเปอร์เซ็นต์เศษ เจอเสื้อทรงที่ใช่ในราคาที่จ่ายไหวและติด UPF 30 จึงไม่ต้องเสียดาย สิ่งที่มีผลมากกว่าคือมันคลุมผิวคุณได้จริงหรือเปล่า

เสื้อ UPF ต่างจากเสื้อแขนยาวทั่วไปตรงไหน

ความต่างอยู่ที่การทดสอบและขั้นต่ำของทรงเสื้อ สภามะเร็งออสเตรเลียระบุว่าแนวทางการให้ค่า UPF พัฒนาโดย Standards Australia ภายใต้มาตรฐานเสื้อผ้ากันแดด AS 4399:2020 และเสื้อที่จะเคลมค่า UPF ได้ ต้องคลุมร่างกายอย่างน้อยคือลำตัวและสามในสี่ของต้นแขน และ/หรือร่างกายส่วนล่าง

เงื่อนไขนี้ตัดความเป็นไปได้ที่จะเอาผ้าค่าสูงมาตัดเป็นเสื้อกล้ามตัวจิ๋วแล้วบอกว่ากันแดดได้ 98% ส่วนเสื้อแขนยาวธรรมดาที่ไม่มีฉลาก ไม่ได้แปลว่ากันแดดไม่ได้ เพียงแต่ไม่มีใครวัดให้

ข้อควรรู้สำหรับคนซื้อในไทยคือ AS 4399:2020 เป็นมาตรฐานของออสเตรเลีย เสื้อที่ขายบ้านเราทดสอบตามมาตรฐานใดต้องดูฉลากเป็นรายตัว บทความนี้ไม่ได้ตรวจสอบและไม่ยืนยันว่าไทยมีข้อกำหนดบังคับเรื่องฉลาก UPF หรือไม่ ถ้าป้ายไม่ระบุมาตรฐาน ให้ถือเป็นคำโฆษณาไว้ก่อน

Quicky

ผ้าแบบไหนกันแดดได้ดีกว่ากัน

แหล่งที่เราอ่านให้ภาพตรงกัน คือเนื้อผ้าแน่นและสีเข้มช่วยได้ ส่วนเส้นใยสังเคราะห์มักดีกว่าฝ้าย

  • ความแน่นของเนื้อผ้า สภามะเร็งออสเตรเลียเขียนว่ายิ่งโครงสร้างผ้าแน่น ไม่ว่าผ้าถักหรือผ้าทอ ก็ยิ่งกันแดดได้ดี ลองยกเสื้อส่องกับแสง ถ้าเห็นแสงลอดชัด แปลว่าเนื้อผ้าโปร่ง
  • ชนิดเส้นใย บทความใน Cureus รายงานว่าลินินเป็นหนึ่งในผ้าที่พรุนที่สุดและให้ค่า UPF ต่ำที่สุด ขณะที่โพลีเอสเตอร์ทำได้สูงกว่า UPF 50 องค์การอนามัยโลกก็ระบุว่าเส้นใยสังเคราะห์อย่างไลคราและโพลีเอสเตอร์ป้องกันได้ดีกว่าฝ้าย โดยเฉพาะตอนที่เสื้อเปียก
  • สีผ้า องค์การอนามัยโลกระบุว่าสีเข้มมักกั้นรังสียูวีได้มากกว่า สภามะเร็งออสเตรเลียเจาะจงว่าสีดำ กรมท่า และแดงเข้ม ดูดซับรังสียูวีได้มากกว่าสีพาสเทลอ่อน ๆ

แปลว่าถ้าต้องอยู่กลางแดดนาน เสื้อโพลีเอสเตอร์เนื้อแน่นสีเข้มคือตัวเลือกที่มีเหตุผลที่สุดบนหลักฐานชุดนี้ แต่ถ้าร้อนจนใส่ไม่ไหว เสื้อที่ใส่ได้จริงย่อมดีกว่า

ทำไมบางครั้งเสื้อกันแดดได้น้อยกว่าที่ป้ายบอก

เพราะค่าบนป้ายมาจากห้องทดสอบ ไม่ได้มาจากวันที่คุณใส่จริง สภามะเร็งออสเตรเลียระบุว่าค่า UPF บอกว่ารังสียูวีผ่านผ้าที่ไม่ถูกดึงยืดและแห้งได้เท่าไร ส่วนองค์การอนามัยโลกเสริมว่าเสื้อผ้าที่ถูกยืดจนเกินไป เปียก หรือเก่าจนโทรม อาจสูญเสียคุณสมบัติป้องกันรังสียูวีไปบางส่วน สามคำนี้ตรงกับชีวิตจริงทุกวัน คือเหงื่อ ผ้าที่ตึงตรงหัวไหล่ และเสื้อตัวโปรดที่ใส่มาสามปี

เรื่องการซักมีข้อมูลอยู่บ้าง บทความใน Cureus ระบุว่ากระบวนการทดสอบกำหนดให้ซัก 40 ครั้ง เพื่อจำลองการสูญเสียความหนาแน่นของเนื้อผ้าหลังการซัก แต่ไม่ได้แปลว่าเสื้อจะคงค่าเดิมตลอดอายุการใช้งาน ถ้าเนื้อผ้าเริ่มบาง สีซีด หรือยืดย้วย ให้ถือว่าประสิทธิภาพลดลง

แดดบ้านเราแรงแค่ไหน และควรใส่ช่วงไหน

ศูนย์โอโซนและรังสี กรมอุตุนิยมวิทยา อธิบายว่ารังสียูวีมีค่าสูงที่ละติจูดต่ำเพราะมุมดวงอาทิตย์สูงกว่า และระบุว่าการได้รับแสงแดดปริมาณมากในช่วง 9.00–15.00 น. ทำให้ผิวหนังเกรียมแดดได้จากการรับแสงต่อเนื่องประมาณ 15 นาที ขณะที่แสงแดดอ่อน ๆ ตอนเช้าหรือก่อนค่ำมีประโยชน์ต่อการสร้างวิตามินดีของผิวหนัง

อีกเรื่องที่มักถูกมองข้ามคือแสงสะท้อน หน้าเดียวกันระบุว่าหาดทรายแห้งสะท้อนรังสียูวีได้ราว 15 เปอร์เซ็นต์ ฟองทะเลราว 25 เปอร์เซ็นต์ และความสูงที่เพิ่มขึ้นทุก 1,000 เมตร ระดับรังสียูวีจะเพิ่มขึ้นราว 10–12 เปอร์เซ็นต์ ริมทะเลและบนดอยจึงไม่ใช่แดดระดับเดียวกับในเมือง ส่วนวันฟ้าครึ้ม เมฆทำให้ค่าดัชนียูวีสูงสุดลดลง แต่หน้าเดียวกันก็อธิบายว่าเมฆเพิ่มและลดรังสียูวีได้ทั้งสองทาง

ถ้ากำลังวางแผนทริปทะเลหรือทริปกลางแจ้งกับเพื่อนหรือแฟน ลองเอาเช็กลิสต์ของที่ต้องเตรียมในคู่มือทริปเกย์ในไทยของ Quicky ซึ่งเป็นแอปหาคู่เกย์ในเครือเดียวกับเว็บนี้ มาเทียบกับรายการเสื้อผ้าที่จะแพ็ก จะได้ไม่ลืมเสื้อคลุมกับหมวก

Chat Love2Test

จัดลุคอย่างไรให้กันแดดโดยไม่ทิ้งสไตล์

สภามะเร็งออสเตรเลียระบุว่าทรงที่เหมาะที่สุดคือเสื้อที่มีปกและแขนยาวอย่างน้อยสามส่วนถึงยาวเต็ม กางเกงหรือกระโปรงยาวอย่างน้อยสามส่วนเช่นกัน ในทางแฟชั่นมันคือเสื้อเชิ้ตตัวหลวม โอเวอร์ชิ้ตบาง ๆ และกางเกงขายาวทรงสบาย ซึ่งหาไม่ยาก ส่วนองค์การอนามัยโลกระบุว่าหมวกปีกกว้างช่วยป้องกันรังสียูวีให้ดวงตา หู ใบหน้า และท้ายทอย

  • มีเสื้อคลุมตัวนอกเนื้อแน่นสีเข้มไว้หนึ่งตัว แล้วใส่ทับลุคเดิมที่ชอบอยู่แล้ว
  • ไม่อยากใส่แขนยาวทั้งวัน ให้พกไว้แล้วใส่เฉพาะช่วงที่ต้องอยู่กลางแจ้งนาน
  • ผิวที่เสื้อไม่ได้คลุม เช่น หลังมือ ต้นคอ และใบหู องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ทาครีมกันแดดและหาร่มเงาช่วงที่รังสียูวีแรงที่สุด

ใครกำลังรื้อตู้เสื้อผ้าเพื่อหาว่าใส่ทรงไหนแล้วมั่นใจ ลองอ่านสไตล์การแต่งตัวสำหรับเกย์ที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจ ประกอบ ส่วนการดูแลผิวหลังตากแดดและการเลือกครีมกันแดดให้เข้ากับสภาพผิว อ่านต่อได้ที่เคล็ดลับการดูแลผิวสำหรับเกย์

ภาพคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเสื้อ UPF เช่น การใช้ร่วมกับครีมกันแดด สีเสื้อ เนื้อผ้า และการซักเสื้อบ่อย ๆ

คำถามที่พบบ่อย

ใส่เสื้อ UPF แล้วไม่ต้องทาครีมกันแดดใช่ไหม

ไม่ใช่ องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ทาครีมกันแดดชนิดกันได้ทั้ง UVA และ UVB บนผิวส่วนที่เสื้อผ้าคลุมไม่ถึง และระบุว่าการหาร่มเงากับการสวมเสื้อผ้าได้ผลกว่าการพึ่งครีมกันแดดอย่างเดียว เสื้อจึงเป็นด่านแรก ไม่ใช่ด่านเดียว

เสื้อสีดำใส่แล้วร้อน จะกันแดดได้ดีกว่าจริงหรือ

ในแง่การกั้นรังสียูวี ทั้งองค์การอนามัยโลกและสภามะเร็งออสเตรเลียสรุปตรงกันว่าสีเข้มกั้นได้มากกว่าสีอ่อน ส่วนความร้อนสะสมเป็นคนละเรื่อง และแหล่งที่เราอ่านไม่ได้เปรียบเทียบความสบายตัวไว้

เสื้อยืดฝ้ายบาง ๆ ที่มีอยู่แล้ว ใช้แทนได้ไหม

ดีกว่าไม่ใส่อะไรเลย แต่ข้อมูลที่มีชี้ว่าฝ้ายด้อยกว่าเส้นใยสังเคราะห์ โดยเฉพาะเมื่อเสื้อเปียก ถ้าเป็นเสื้อยืดบางสีอ่อนที่ส่องแล้วเห็นแสงลอด อย่าคาดหวังระดับเดียวกับเสื้อที่ติดฉลาก

ซักบ่อยแล้วเสื้อกันแดดเสื่อมไหม

กระบวนการทดสอบตามที่ Cureus อธิบาย มีการซัก 40 ครั้งเพื่อจำลองการสูญเสียความหนาแน่นของเนื้อผ้าอยู่แล้ว แต่องค์การอนามัยโลกเตือนว่าเสื้อที่เก่าจนโทรมอาจป้องกันได้น้อยลง ให้ดูสภาพจริงของเนื้อผ้าเป็นหลัก

Love2Test — จองตรวจฟรี

สรุป

เสื้อกันแดด UPF ไม่ใช่ของวิเศษ แต่เป็นเสื้อที่มีตัวเลขกำกับให้ตัดสินใจง่ายขึ้น จำสามข้อก็พอ หนึ่ง ตัวเลขบนป้ายบอกว่าผ้ากั้นรังสีได้เท่าไร โดย UPF 15 กั้นได้ 93.3% UPF 30 กั้นได้ 96.7% และ UPF 50 ขึ้นไปกั้นได้ 98% สอง ค่านั้นวัดจากผ้าแห้งที่ไม่ถูกดึงยืด เสื้อที่เปียกเหงื่อ ตึง หรือโทรมจะทำได้น้อยลง สาม ทรงที่คลุมผิวได้จริงสำคัญไม่แพ้เนื้อผ้า

เลือกเสื้อที่ใส่แล้วรู้สึกเป็นตัวเอง เพราะเสื้อที่ช่วยได้จริงคือตัวที่ถูกหยิบมาใส่ในวันที่แดดแรง ไม่ใช่ตัวที่แขวนอยู่ในตู้ และถ้าผิวไหม้แดดบ่อย หรือมีไฝหรือจุดบนผิวที่เปลี่ยนรูปร่าง ขนาด หรือสี การไปให้แพทย์ผิวหนังดูสักครั้งเป็นเรื่องธรรมดาที่ใคร ๆ ก็ทำกัน

แหล่งอ้างอิง