รังแคไม่หาย ควรทำอะไรต่อ ระบบบริการสุขภาพแห่งชาติของสหราชอาณาจักร (NHS) ให้ใช้แชมพูขจัดรังแคโดยดูส่วนผสมที่ NHS ระบุ ซึ่งเภสัชกรบอกวิธีใช้ได้ และให้ไปพบแพทย์เมื่อมีข้อใดข้อหนึ่ง คือยังมีอาการหลังใช้แชมพูขจัดรังแคมาอย่างน้อย 4 สัปดาห์ รังแคเป็นมากหรือหนังศีรษะคันมาก หนังศีรษะแดงหรือบวม หรือมีปื้นลอกคันที่ใบหน้าหรือส่วนอื่นของร่างกาย โดยแพทย์ตรวจได้ว่ามีโรคผิวหนังที่อาจเป็นต้นเหตุหรือไม่

รังแคคืออะไร ติดต่อกันได้ไหม
NHS ของสหราชอาณาจักร (เปิดอ่าน 11 ตุลาคม 2569) อธิบายว่ารังแคเป็นภาวะทางผิวหนังที่พบบ่อย ไม่เป็นอันตราย และไม่ติดต่อ อาการคือมีสะเก็ดผิวหนังสีขาวบนหนังศีรษะและเส้นผม ซึ่งมักเห็นชัดกว่าบนผมสีเข้มและเมื่อร่วงลงบนไหล่ หนังศีรษะอาจแห้งและคันด้วย
ในไทย บทความของแพทย์หน่วยผิวหนังและเลเซอร์ในนิตยสาร @Rama ของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ฉบับกรกฎาคม 2560 เขียนว่า รังแคกับโรคผิวหนังอักเสบของต่อมไขมันเป็นสาเหตุของหนังศีรษะเป็นขุยที่พบได้บ่อยที่สุด โดยเชื่อว่าเป็นกลุ่มโรคเดียวกัน พบได้ทุกอายุ บางรายเป็นที่ใบหน้า หน้าอก และหลังได้ ขุยมีสีขาวเหลือง และอาจพบรอยแดงของหนังศีรษะ บทความเดียวกันเขียนว่าหนังศีรษะคันเป็นภาวะที่พบได้บ่อย และถ้าเป็นมากอาจนำไปสู่ภาวะเครียดหรือปัญหาในการเข้าสังคมได้
รังแคเกิดจากอะไรได้บ้าง
| แหล่ง | สิ่งที่แหล่งเขียน |
|---|---|
| NHS สหราชอาณาจักร | อาจเกิดจากหลายอย่าง รวมถึงยีสต์ชนิดหนึ่งที่อยู่บนผิวหนังตามธรรมชาติ และโรคผิวหนังอย่างผื่นผิวหนังอักเสบ (eczema) ส่วนความเครียดและอากาศหนาวอาจทำให้รังแคแย่ลง |
| สมาคมแพทย์ผิวหนังอเมริกัน (AAD) สหรัฐ | เกิดได้จากหลายเหตุ รวมถึงโรคบางอย่าง นิสัยการดูแลเส้นผม หรือผิวมัน |
| นิตยสาร @Rama ของรามาธิบดี ไทย ปี 2560 | เชื่อว่ารังแคและโรคผิวหนังอักเสบของต่อมไขมันเกิดจากความผิดปกติขององค์ประกอบของไขมันที่ผิวหนังและการสะสมของเชื้อบางชนิด อาจมีปัจจัยกระตุ้นให้ผื่นกำเริบ เช่น ความเครียด การพักผ่อนน้อย อากาศแห้งและเย็น |

รังแคไม่หาย เลือกแชมพูขจัดรังแคอย่างไร
ในไทย หน้าอินโฟกราฟิกสำหรับผู้บริโภคของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ลงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 เขียนว่าแชมพูยารักษารังแคที่ใช้กันบ่อยในท้องตลาดตอนนั้น ได้แก่ คีโตโคนาโซล (ketoconazole) ซิงค์ไพริไทออน (zinc pyrithione) และซีลีเนียมซัลไฟด์ (selenium sulfide)
AAD ของสหรัฐ (ปรับปรุงหน้าล่าสุดปี 2566) เขียนว่า รังแคที่ไม่มากโดยทั่วไปดูแลเองที่บ้านได้ด้วยการสระผมสม่ำเสมอ ถ้ายังไม่ดีขึ้นจึงเลือกแชมพูขจัดรังแค ส่วนผสมที่ NHS ของสหราชอาณาจักรและ AAD ของสหรัฐให้ผู้อ่านในประเทศของตนมองหามีดังนี้
- NHS ให้มองหาอย่างน้อยหนึ่งอย่างจากคีโตโคนาโซล โคลทาร์ (coal tar) และกรดซาลิไซลิก (salicylic acid)
- AAD ให้มองหาหนึ่งอย่างจากซิงค์ไพริไทออน กรดซาลิไซลิก กำมะถัน ซีลีเนียมซัลไฟด์ คีโตโคนาโซล และโคลทาร์
NHS เขียนว่าอาจต้องลองมากกว่าหนึ่งชนิดจึงเจอตัวที่ได้ผล ส่วน AAD เขียนว่าถ้าชนิดหนึ่งไม่ได้ผล ให้ลองสลับระหว่างแชมพูที่มีสารออกฤทธิ์ต่างกัน เรื่องวิธีใช้ AAD ให้ทำตามคำแนะนำบนขวด ซึ่งต่างกันตามชนิดของแชมพูและลักษณะเส้นผม และ NHS เขียนว่าเภสัชกรบอกวิธีใช้ได้ บทความนี้จึงไม่ลงความถี่หรือเวลาที่ต้องทิ้งไว้
หน้าของ อย. ลงไว้ตั้งแต่ปี 2560 ของที่วางขายในไทยวันนี้มีส่วนผสมใด ผู้เขียนแนะนำให้อ่านฉลากและถามเภสัชกร
แดดและผลิตภัณฑ์แต่งผม เกี่ยวกับหนังศีรษะที่ลอกอย่างไร
AAD ของสหรัฐเขียนว่าแชมพูขจัดรังแคบางชนิด เช่น ชนิดที่มีโคลทาร์ อาจทำให้หนังศีรษะไวต่อรังสียูวีมากขึ้น และหนังศีรษะที่ไหม้แดดอาจลอกมากขึ้น จึงให้หลบแดด สวมเสื้อผ้ากันแดดอย่างหมวกปีกกว้าง และถ้าผมบาง ให้ทาครีมกันแดดที่หนังศีรษะ
ในตารางสาเหตุที่เป็นไปได้ของ NHS มีผื่นแพ้สัมผัส ซึ่ง NHS บรรยายว่าเป็นปฏิกิริยาต่อผลิตภัณฑ์ เช่น ยาย้อมผม สเปรย์ เจล หรือมูส ผิวจะแดง ระคายเคือง และอาจมีตุ่มน้ำหรือผิวแตก ส่วนบทความในนิตยสาร @Rama ปี 2560 เขียนว่าผื่นแพ้สัมผัสที่หนังศีรษะพบได้ไม่บ่อย และสารที่พบเป็นสาเหตุได้บ่อย ได้แก่ สีย้อมผม น้ำยาดัดผม น้ำหอม และสารกันเสีย เป็นต้น
อ่านต่อได้ที่ แพ้ยาย้อมผม อาการเป็นอย่างไร ทดสอบก่อนย้อมได้ไหม และ เสื้อกันแดด UPF เลือกอย่างไรให้กันแดดได้จริง

เมื่อไรควรพบแพทย์ และแพทย์ตรวจหาอะไร
NHS ของสหราชอาณาจักรเขียนว่ารังแคมักไม่ร้ายแรง แต่ถ้าอาการเป็นนานหรือเริ่มเจ็บ อาจต้องได้รับการดูแลทางการแพทย์ และให้ผู้อ่านในสหราชอาณาจักรไปพบแพทย์เมื่อมีข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้
- ยังมีอาการหลังใช้แชมพูขจัดรังแคมาอย่างน้อย 4 สัปดาห์
- รังแคเป็นมาก หรือหนังศีรษะคันมาก
- หนังศีรษะแดงหรือบวม
- มีปื้นลอกและคันที่ใบหน้าหรือส่วนอื่นของร่างกาย
NHS เขียนต่อจากรายการนี้ว่า แพทย์ตรวจหนังศีรษะได้ว่ามีโรคผิวหนังที่อาจเป็นต้นเหตุของรังแคหรือไม่ โดยตารางของ NHS ยกสาเหตุที่เป็นไปได้ เช่น โรคผิวหนังอักเสบของต่อมไขมัน กลากที่หนังศีรษะซึ่งบางครั้งมีผมร่วงเป็นหย่อม ผื่นผิวหนังอักเสบ ผื่นแพ้สัมผัส และสะเก็ดเงิน รายชื่อนี้ไม่ได้มีไว้ให้วินิจฉัยเอง
AAD ของสหรัฐเขียนว่า สำหรับคนส่วนใหญ่ รังแคไม่จำเป็นต้องได้รับการดูแลทางการแพทย์ แต่ถ้าทำตามคำแนะนำของ AAD แล้วไม่หาย หรือเป็นรุนแรง ให้พบแพทย์ผิวหนัง ซึ่งอาจสั่งแชมพูขจัดรังแคหรือยาที่แรงกว่า และรู้ว่ารังแคเป็นสัญญาณของโรคอื่นหรือไม่
บทความในนิตยสาร @Rama ปี 2560 เขียนว่าการรักษาหนังศีรษะคันเป็นขุยทำตามโรคที่เป็นสาเหตุเป็นหลัก อาจใช้แชมพู ยาทา และยากิน ขึ้นกับความรุนแรงของโรค บทความนั้นเขียนด้วยว่าในผู้ที่เป็นโรคสะเก็ดเงิน ผื่นพบที่หนังศีรษะได้บ่อย และบ่อยครั้งที่ผื่นบนหนังศีรษะเป็นอาการแรกของโรคสะเก็ดเงิน
แหล่งไทยสองแหล่งที่เปิดอ่าน คือบทความในนิตยสาร @Rama และหน้าของ อย. ไม่ได้เขียนว่าเมื่อไรควรไปพบแพทย์ ผู้เขียนแนะนำให้ผู้อ่านในไทยใช้รายการของ NHS เป็นแนว ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่งให้ไปพบแพทย์ และถ้ากังวลก็ไปได้โดยไม่ต้องรอให้ครบ 4 สัปดาห์
คำถามที่พบบ่อย
เป็นรังแคเพราะสระผมไม่สะอาดใช่ไหม
NHS ของสหราชอาณาจักรเขียนว่ารังแคไม่ได้เกิดจากการดูแลความสะอาดไม่ดี แม้อาจเห็นชัดขึ้นถ้าไม่ได้สระผมสม่ำเสมอ
รังแคติดจากการใช้หวีหรือหมวกร่วมกันไหม
NHS ของสหราชอาณาจักรเขียนว่ารังแคไม่ติดต่อ แหล่งที่เปิดอ่านไม่ได้เขียนถึงการใช้หวีหรือหมวกร่วมกัน ถ้าแพทย์ตรวจแล้วพบว่าเป็นโรคอื่นของหนังศีรษะ ให้ถามแพทย์เรื่องการติดต่อของโรคนั้น
ใช้แชมพูขจัดรังแคแล้วไม่ดีขึ้น นานแค่ไหนจึงควรไปพบแพทย์
NHS ให้ผู้อ่านในสหราชอาณาจักรไปพบแพทย์ถ้ายังมีอาการหลังใช้แชมพูขจัดรังแคมาอย่างน้อย 4 สัปดาห์ ส่วนอีกสามข้อ คือรังแคเป็นมากหรือคันมาก หนังศีรษะแดงหรือบวม และมีปื้นลอกคันที่ใบหน้าหรือส่วนอื่นของร่างกาย NHS ไม่ได้ผูกกับจำนวนสัปดาห์
ใส่เสื้อสีเข้มแล้วเห็นรังแคชัด แปลว่าเป็นมากหรือเปล่า
แหล่งที่เปิดอ่านไม่ได้ใช้ความชัดบนเสื้อเป็นเกณฑ์ AAD ของสหรัฐเขียนเพียงว่าคนผมสีเข้มหรือใส่เสื้อสีเข้มอาจสังเกตเห็นสะเก็ดในผมหรือบนไหล่ เรื่องเมื่อไรควรพบแพทย์ ให้ดูจากรายการของ NHS ข้างต้น
ย้อมผมหรือใช้เจลแล้วหนังศีรษะแดงลอก เกี่ยวกันไหม
NHS ของสหราชอาณาจักรยกปฏิกิริยาต่อผลิตภัณฑ์อย่างยาย้อมผม สเปรย์ เจล หรือมูส เป็นหนึ่งในสาเหตุที่เป็นไปได้ และหนังศีรษะที่แดงหรือบวมอยู่ในรายการที่ NHS ให้ไปพบแพทย์

สรุป
รังแคไม่หาย NHS ของสหราชอาณาจักรและ AAD ของสหรัฐให้ใช้แชมพูขจัดรังแค โดยดูส่วนผสม เช่น คีโตโคนาโซล โคลทาร์ หรือกรดซาลิไซลิก ส่วนของที่วางขายในไทยวันนี้ ผู้เขียนแนะนำให้อ่านฉลากและถามเภสัชกร
NHS ให้ผู้อ่านในสหราชอาณาจักรไปพบแพทย์เมื่อมีข้อใดข้อหนึ่ง คือยังมีอาการหลังใช้แชมพูขจัดรังแคมาอย่างน้อย 4 สัปดาห์ รังแคเป็นมากหรือหนังศีรษะคันมาก หนังศีรษะแดงหรือบวม หรือมีปื้นลอกคันที่ใบหน้าหรือส่วนอื่นของร่างกาย แหล่งไทยที่เปิดอ่านไม่ได้เขียนว่าเมื่อไรควรไปพบแพทย์ ผู้เขียนแนะนำให้ผู้อ่านในไทยใช้รายการของ NHS เป็นแนว
ส่วนใครเตรียมตัวไปเดท Quicky ซึ่งเป็นแอปในเครือเดียวกับเว็บนี้ มีหน้าเรื่องการแต่งตัวไปเดทของ Quicky
หมายเหตุ บทความนี้ให้ข้อมูลความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย และไม่ใช่คำแนะนำการใช้ยาเฉพาะบุคคล เรื่องยาและการรักษาเป็นการตัดสินใจร่วมกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลคุณ ไม่ควรซื้อ เริ่ม หยุด หรือปรับยาด้วยตัวเอง หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเอง ปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือคลินิกใกล้บ้านได้เสมอ
แหล่งอ้างอิง
- NHS — Dandruff
- American Academy of Dermatology Association — How to treat dandruff (Last updated: 12/11/23)
- นิตยสาร @Rama คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล — คันศีรษะ..อาการกวนใจของหลาย ๆ คน ฉบับที่ 30 กรกฎาคม 2560
- กองพัฒนาศักยภาพผู้บริโภค สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) — ผมสวยไร้รังแคแค่ 5 วิธี ลงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 (อ้างรายชื่อแชมพูยารักษารังแคที่หน้านี้เขียนว่าใช้กันบ่อยตอนนั้น)
