ซื้อของจากต่างประเทศกลับไทย ถ้าเป็นของใช้ส่วนตัวในปริมาณพอสมควร มูลค่ารวมไม่เกิน 20,000 บาท และไม่ใช่ของต้องห้าม ของต้องกำกัด หรือเสบียงอาหาร หน้าสำหรับผู้โดยสารขาเข้าทางเครื่องบินของกรมศุลกากรจัดเป็นของที่ได้รับยกเว้นอากรและเดินผ่านช่องเขียวได้ บุหรี่กับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีเพดานแยก ส่วนคนที่มีของต้องเสียภาษีอากรหรือของที่ต้องมีใบอนุญาต ต้องสำแดงที่ช่องแดง
บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าห้ามนำเข้าตามหน้าของกรมการค้าต่างประเทศ ส่วนยา เครื่องสำอาง และอาหารเสริม มีเงื่อนไขของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แยกไว้ ทั้งหมดเป็นข้อมูลจากหน้าของสามหน่วยงานที่ผู้เขียนเปิดอ่านเมื่อ 15 ตุลาคม 2569 เกณฑ์เปลี่ยนได้ ควรเปิดเทียบอีกครั้งก่อนเดินทาง
ของที่ได้รับยกเว้นอากร เมื่อซื้อของจากต่างประเทศกลับไทย
หน้าข้อควรทราบสำหรับผู้โดยสารขาเข้าทางอากาศยานของกรมศุลกากร แบ่งของที่ได้รับยกเว้นอากรไว้สามกลุ่ม
| ของ | ที่ได้รับยกเว้นอากร | ถ้าเกิน |
|---|---|---|
| ของใช้ส่วนตัว | ปริมาณพอสมควรสำหรับใช้ส่วนตัว มูลค่ารวมไม่เกิน 20,000 บาท และไม่ใช่ของต้องห้าม ของต้องกำกัด หรือเสบียงอาหาร | สำแดงที่ช่องแดง |
| บุหรี่และยาสูบ | บุหรี่ไม่เกิน 200 มวน หรือยาสูบไม่เกิน 250 กรัม หรือรวมทุกประเภทไม่เกิน 250 กรัม | หน้าเดียวกันเขียนว่าถ้านำเข้ามาเกิน โปรดหย่อนใส่กล่องที่กรมศุลกากรจัดไว้ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกดำเนินคดี |
| เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ | ไม่เกิน 1 ลิตร | เหมือนแถวบุหรี่ คือหน้าเดียวกันให้หย่อนใส่กล่องที่จัดไว้ |
แถวแรกมีคำว่าปริมาณพอสมควรและใช้ส่วนตัวด้วย ไม่ได้มีแค่ตัวเลขมูลค่า ผู้เขียนไม่พบในหน้าที่เปิดอ่านว่าวัดคำว่าพอสมควรอย่างไร
ช่องเขียวกับช่องแดง ต่างกันตรงไหน
กรมศุลกากรเขียนว่าช่องเขียวมีไว้สำหรับผู้โดยสารที่ไม่มีของต้องชำระภาษีอากร ไม่มีของต้องห้าม และไม่มีของต้องกำกัด และใช้ระบบบริหารความเสี่ยงคัดเลือกกระเป๋าที่จะเปิดตรวจ
ช่องแดงมีไว้สำหรับคนที่มีของต้องสำแดง ให้ยื่นหนังสือเดินทางพร้อมรายการสินค้าหรือใบเสร็จถ้ามี หน้าเดียวกันเขียนว่าเจ้าหน้าที่เปิดตรวจกระเป๋าแล้วแยกเป็นสามกรณี
- ของติดตัวที่ไม่มีลักษณะเชิงการค้า มูลค่าไม่เกิน 200,000 บาท เจ้าหน้าที่คำนวณภาษีอากรให้ที่ช่อง จ่ายด้วยเงินสด หรือบัตรในด่านที่มีระบบรับบัตร
- ของต้องห้าม หรือของต้องกำกัดที่ไม่ได้รับอนุญาต หน้าเดียวกันเขียนว่าให้ดำเนินคดีกับผู้โดยสาร
- ของที่ไม่เข้าสองกรณีแรก ต้องทำใบขนสินค้าขาเข้า
ผู้เขียนเห็นว่าจุดที่ควรหยุดถามคือก่อนเลือกช่อง ถ้าไม่แน่ใจ ผู้เขียนแนะนำให้ถามเจ้าหน้าที่ศุลกากรก่อนเดินผ่าน เรื่องจะใช้บัตรหรือเงินสดระหว่างทริป อ่านต่อได้ที่ คู่มือ เตรียมเงินเที่ยวต่างประเทศ สำหรับนักเดินทางปี 2026


ของต้องห้ามกับของต้องกำกัด ไม่เหมือนกัน
หน้าของกรมศุลกากรที่แจ้งว่าปรับปรุงล่าสุดเมื่อ 27 กุมภาพันธ์ 2568 อธิบายว่าของต้องห้ามคือของที่ห้ามนำเข้าหรือส่งออก เช่น สารเสพติด วัตถุหรือสื่อลามก ของละเมิดเครื่องหมายการค้าหรือลิขสิทธิ์ ธนบัตรปลอม และสัตว์ป่าสงวน
ของต้องกำกัดคือของที่กฎหมายควบคุมการนำเข้า ต้องมีใบอนุญาตเป็นหนังสือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาแสดง เช่น พระพุทธรูปและโบราณวัตถุ (กรมศิลปากร) อาวุธปืน (กรมการปกครอง) พืช (กรมวิชาการเกษตร) สัตว์มีชีวิตและซากสัตว์ (กรมปศุสัตว์) อาหาร ยา เครื่องสำอาง อาหารเสริม (อย.) บุหรี่กับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (กรมสรรพสามิต) และอุปกรณ์วิทยุสื่อสาร (สำนักงาน กสทช.)
ยา เครื่องสำอาง และอาหารเสริมที่ซื้อมาใช้เอง
เอกสารสำหรับผู้เดินทางของกองด่านอาหารและยา อย. เขียนว่าผลิตภัณฑ์สุขภาพนำติดตัวเข้ามาได้ในฐานะสัมภาระเพื่อใช้เฉพาะตัวเท่านั้น และต้องไม่เป็นของที่ห้ามนำเข้า บางข้อมีดังนี้
- เครื่องสำอางสำเร็จรูป ชนิดละไม่เกิน 3 ชิ้น รวมไม่เกิน 15 ชิ้น และไม่เคยนำเข้ามาในช่วง 3 เดือนก่อนหน้า
- ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รวมไม่เกิน 15 ชิ้น แต่ละรายการบริโภคได้ไม่เกิน 3 เดือน ข้อนี้อยู่ในหมวดอาหาร ซึ่งรวมทุกรายการต้องไม่เกิน 10 กิโลกรัมหรือลิตร และต้องไม่เคยนำเข้ามาในช่วง 3 เดือนก่อนหน้า
- ยา ในปริมาณเท่าที่จำเป็นต้องใช้เฉพาะตัว ไม่เกิน 30 วัน ยาที่มีสารออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทบางประเภทต้องมีใบรับรองแพทย์ ถ้ายากลุ่มนี้มีมากกว่า 30 วันแต่ไม่เกิน 90 วัน ต้องได้ใบอนุญาตจาก อย. อย่างน้อย 15 วันก่อนเดินทางเข้าไทย ส่วนยาที่จัดเป็นยาเสพติดต้องได้รับอนุญาตจาก อย. ก่อน
- อาหารและเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของกัญชาหรือกัญชง เป็นตัวอย่างของที่ห้ามนำเข้า
เอกสารของ อย. ให้สอบถามได้ที่ด่านอาหารและยาทุกแห่ง ผู้เขียนไม่พบในหน้าที่เปิดอ่านว่าของในเพดานนี้ต้องสำแดงหรือไม่ ถ้าไม่แน่ใจ ผู้เขียนแนะนำให้ถามที่ช่องแดงก่อน

บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าห้ามนำเข้า
หน้าสินค้าที่มีมาตรการนำเข้าของกรมการค้าต่างประเทศ เขียนว่าบารากู่ บารากู่ไฟฟ้า และบุหรี่ไฟฟ้า รวมถึงแบบให้ความร้อนโดยไม่เผาไหม้ (Heat-not-burn) เป็นสินค้าห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักร ตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ปี 2557 สารหรือน้ำยาที่ใช้สูบซึ่งนำเข้ามาพร้อมอุปกรณ์ก็ห้ามนำเข้าด้วย
ผู้เขียนไม่พบข้อยกเว้นสำหรับบุหรี่ไฟฟ้าที่ซื้อมาใช้เองในหน้าที่เปิดอ่าน ส่วนเพดาน 200 มวนในตารางข้างบนเป็นข้อของบุหรี่และยาสูบ หน้านั้นไม่ได้เอ่ยถึงบุหรี่ไฟฟ้า
คำถามที่พบบ่อย
ซื้อของรวมเกิน 20,000 บาท ต้องทำอย่างไร
ให้เข้าช่องแดง ยื่นหนังสือเดินทางและใบเสร็จถ้ามี กรมศุลกากรเขียนว่าของติดตัวที่ไม่มีลักษณะเชิงการค้า มูลค่าไม่เกิน 200,000 บาท เจ้าหน้าที่คำนวณภาษีอากรให้ที่ช่อง ถ้ามูลค่าเกิน 200,000 บาทหรือมีลักษณะเชิงการค้า หน้าเดียวกันให้ทำใบขนสินค้าขาเข้า ผู้เขียนไม่พบอัตราภาษีรายสินค้าในหน้าที่เปิดอ่าน

รับหิ้วของมาขาย ใช้สิทธิยกเว้นอากร 20,000 บาทได้ไหม
กรมศุลกากรเขียนเกณฑ์ยกเว้นไว้สำหรับของใช้ส่วนตัวในปริมาณพอสมควร และให้ของที่มีลักษณะเชิงการค้าทำใบขนสินค้าขาเข้า ผู้เขียนอ่านว่าของที่ซื้อมาขายไม่เข้าเกณฑ์ยกเว้นนี้ ถ้าไม่แน่ใจ ผู้เขียนแนะนำให้ถามที่ช่องแดงก่อน
ซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาเกิน 1 ลิตร ทำอย่างไร
หน้าของกรมศุลกากรเขียนว่าถ้านำเข้ามาเกินปริมาณที่กำหนด โปรดหย่อนใส่กล่องที่จัดไว้ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกดำเนินคดี ผู้เขียนไม่พบในหน้านี้ว่าเลือกเสียภาษีส่วนที่เกินแทนได้หรือไม่ ให้ถามเจ้าหน้าที่ก่อนเลือกช่อง
ของเล่นสำหรับผู้ใหญ่ที่ซื้อจากต่างประเทศ นำเข้ามาได้ไหม
กรมศุลกากรยกวัตถุหรือสื่อลามกเป็นตัวอย่างของต้องห้าม แต่ผู้เขียนไม่พบในหน้าที่เปิดอ่านว่าของประเภทใดนับเป็นวัตถุลามก ผู้เขียนแนะนำให้โทรถามก่อนเดินทางที่ 1164 ซึ่งหน้าของกรมศุลกากรที่เปิดอ่านเมื่อ 15 ตุลาคม 2569 ให้ไว้สอบถามการนำเข้าส่งออก หรือถามที่ช่องแดงก่อนเลือกช่อง
ยาประจำตัวที่พกไปเที่ยวแล้วพกกลับ ต้องทำอะไรเพิ่มไหม
เอกสารของ อย. เรื่องการนำผลิตภัณฑ์สุขภาพติดตัวเข้ามาในไทยให้นำยาติดตัวได้เท่าที่จำเป็นต้องใช้เฉพาะตัว ไม่เกิน 30 วัน และยาบางกลุ่มต้องมีใบรับรองแพทย์หรือใบอนุญาต ผู้เขียนไม่พบในเอกสารนี้ว่ายาที่พกออกไปจากไทยแล้วพกกลับใช้เกณฑ์ต่างกันหรือไม่ ผู้เขียนแนะนำให้ถามแพทย์หรือเภสัชกรที่สั่งยา หรือด่านอาหารและยา ก่อนเดินทาง

สรุป
ซื้อของจากต่างประเทศกลับไทยทางเครื่องบิน ของใช้ส่วนตัวในปริมาณพอสมควรที่มูลค่ารวมไม่เกิน 20,000 บาทและไม่ใช่ของต้องห้าม ของต้องกำกัด หรือเสบียงอาหาร บุหรี่ไม่เกิน 200 มวน และแอลกอฮอล์ไม่เกิน 1 ลิตร หน้าของกรมศุลกากรจัดเป็นของที่ได้รับยกเว้นอากร ของใช้ส่วนตัวที่มูลค่าเกินต้องสำแดงที่ช่องแดง ส่วนบุหรี่และแอลกอฮอล์ที่เกินเพดาน หน้าเดียวกันให้หย่อนใส่กล่องที่จัดไว้
บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าห้ามนำเข้าตามหน้าของกรมการค้าต่างประเทศ ยา เครื่องสำอาง และอาหารเสริมมีเงื่อนไขของ อย. แยกไว้ ของที่ไม่แน่ใจ ผู้เขียนแนะนำให้ถามที่ช่องแดงก่อนเลือกช่อง ทุกข้อเป็นของวันที่ผู้เขียนเปิดอ่าน 15 ตุลาคม 2569
ถ้าทริปหน้าคือญี่ปุ่น อ่านเรื่องที่พักต่อได้ที่ จองโรงแรมโตเกียวย่านไหน เดินทางสะดวกที่สุด และถ้ากำลังวางทริปในไทย มีหน้าเรื่องทริปเที่ยวในไทยของ Quicky ซึ่งเป็นแอปในเครือเดียวกับเว็บนี้
แหล่งอ้างอิง
- กรมศุลกากร — ข้อควรทราบสำหรับการนำของติดตัวเข้าทางอากาศยานสำหรับผู้โดยสาร
- กรมศุลกากร — ของต้องห้าม/ต้องกำกัด ในการนำเข้า (ปรับปรุงล่าสุด 27 กุมภาพันธ์ 2568)
- กรมการค้าต่างประเทศ — บารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า (สินค้าที่มีมาตรการนำเข้า)
- กองด่านอาหารและยา อย. — การนำผลิตภัณฑ์สุขภาพติดตัวเข้ามาในราชอาณาจักร (ฉบับภาษาไทย)